ข่าวดีสำหรับนักเรียนทุกคน - วีซ่านักเรียนรูปโฉมใหม่

7.5k read this
|  Published : 3 years ago New South Weles, Australia

 

 

 

คุณหมอวีซ่า Issue 9 – คุณหมอวีซ่า by Pip Panasbodi (CP International Education & Migration Service)

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวดีสำหรับนักเรียนทุกคน - วีซ่านักเรียนรูปโฉมใหม่

 

 

จากความล้มเหลวของโครงการวีซ่านักเรียนของออสเตรเลียมาตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2010 ทำให้สถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้องขึ้นมาทำการต่อต้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลทำการทบทวนโครงการวีซ่านักเรียนใหม่อีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียได้ทำการควบคุมจำนวนวีซ่านักเรียนอย่างชนิดที่เรียกว่าเคี่ยวสุดๆ รายได้ประเทศทางสายนี้ซึ่งโยงไปถึงรายได้ที่เคยได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่พัก คมนาคม ฯลฯ ก็พากันตกอย่างฮวบฮาบ  เมื่อหลายเดือนก่อน คุณหมอวีซ่าได้เคยเขียนบทความว่ารัฐบาลได้แต่งตั้งให้  the Hon Michael Knight AO  จัดทำวิจัยเพื่อทบทวนเรื่องใหญ่นี้โดยเฉพาะที่เรียกว่า Strategic Review of the Student Visa Program 2011 หรือสั้นๆว่า  “the Knight Paper” เพื่อศึกษาและหาข้อสรุปเกี่ยวกับวีซ่านักเรียน โดยสภามหาวิทยาลัยออสเตรเลีย หรือ Universities Australia ซึ่งเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียก็ได้จัดทำรายงานเพื่อเสนอไปยัง the Knight Paper ด้วยถึงข้อสรุปและแนวโน้มที่ทางสภาคิดว่าเหมาะสมกับการจัดการวีซ่านักเรียน  และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2011  ท่านMichael Knight ก็ได้ออกข้อเสนอ Strategic Review of the Student Visa Program 2011 – Recommendations  ไปถึงรัฐบาลออสเตรเลีย ที่ท่าน Michael Knight คิดว่าเหมาะสมแก่การเปลี่ยนแปลงระบบวีซ่านักเรียนของออสเตรเลีย และมีด้วยกันทั้งหมด 41 ข้อ ซึ่งรวมตั้งแต่มหาวิทยาลัยไปจนถึง post study period ซึ่งตรงนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก คุณหมอวีซ่าจะยกมาเป็นข้อๆ และถ้าใครต้องการอ่านเพิ่มเติมก็สามารถติดตามได้ที่  www.immi.gov.au/students/knight/  

 

 

 

 

 

ภายหลังจากที่ Michael Knight ได้ออกรายงานฉบับนี้ออกมา       และเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา  ท่านวุฒิสมาชิก Chris Evans จากกระทรวง Tertiary Education, Skills, Jobs and Workplace Relations และท่านรัฐมนตรี Chris Bowen MP จากกระทรวง Immigration and Citizenship ได้แถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านระบบการศึกษาของออสเตรเลีย โดยเฉพาะในส่วนของ International Education Sector สำหรับนักเรียน หรือนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเข้ามาเรียนต่อยังประเทศออสเตรเลีย  โดยท่านรัฐมนตรี Chris Bowen MP ได้กล่าวไว้สั้นๆ เกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลียไว้ดังนี้ 

 

            “ Our international education sector is world class, and the reforms  announced today will  help entrench Australia as a preferred destination for international students,”

 

            “The reforms will assist in ensuring Australia remains an attractive study option and will offer practical support for international  education providers that have been under pressure as a result of the high Australian dollar.”


(มาจาก http://www.minister.immi.gov.au/media/cb/2011/cb172439.htm)


 

ในช่วงที่ผ่านๆมา  ค่าเงินดอลลาร์ของออสเตรเลียนั้นขึ้นสูงมาก กอปรกับความเข้มงวดในการขอวีซ่านักเรียนเข้าประเทศออสเตรเลีย ทำให้หลายๆคนถอดใจที่จะมาออสเตรเลีย และเลือกที่จะไปประเทศอื่นแทน มีนักเรียนต่างชาติจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาศึกษายังประเทศนี้ แต่ก็ติดด้วยเรื่องของหลักฐานการเงิน หรือระดับความสามารถทางภาษา หรือบางคนอยากที่จะหาประสบการณ์ทำงานในออสเตรเลีย แต่ก็ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะสมัคร Graduate Skills Visa (sc 485) ก็ต้องกลับบ้านกันไป  มีอีกหลายสาเหตุมากมายเลยค่ะ  ซึ่งการที่ทั้งสองท่านรัฐมนตรีออกรายงานฉบับนี้ออกมาเพื่อที่จะบอกว่า  ออสเตรเลียเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ  และผลดีของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน ก็เพื่อนักเรียนต่างชาติอย่างพวกเราๆนี่ละคะ  


ทีนี้เรามาดูกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในวีซ่านักเรียนครั้งนี้  -- โดยรวมแล้วการเปลี่ยนแปลงหลักๆก็เห็นจะได้แก่ การเปลี่ยนแปลงการพิจารณาวีซ่านักเรียน (new streamlined visa processing arrangements) ลดจำนวนหลักฐานทางการเงินลง  อนุญาตให้นักเรียนทำงานได้  40 ชั่วโมงต่อสองอาทิตย์ ตลอดจนให้โอกาสแก่นักเรียนที่จบการศึกษาในออสเตรเลียได้ทำงาน  ซึ่งตัวนักเรียนหรือนักศึกษาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวเองนั้นเป็น “genuine temporary entrant” ก็คือเป็นบุคคลที่มีความประสงค์ต้องการเข้ามาเรียนที่ออสเตรเลียอย่างแท้จริง  ซึ่งเกณฑ์อันนี้จะเป็นวัตถุประสงค์หลักที่ทางอิมมิเกรชั่นจะใช้ในการพิจารณาว่าจะให้วีซ่าแก่เราหรือไม่นั่นเองค่ะ   เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก คุณหมอวีซ่าจึงขอนำมาลงเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับนักอ่านคนไทยละกันนะคะ





The Genuine Temporary Entrant (GTE) Requirement  

(Recommendation 1 and 2) –

 

นักเรียนหรือนักศึกษาท่านใดที่ต้องการจะมาศึกษาต่อยังประเทศออสเตรเลียจะต้องผ่านเกณฑ์ GTE ตามที่อิมมิเกรชั่นกำหนด  ซึ่งการนำหลักการนี้มาใช้จะช่วยให้การพัฒนาระบบวีซ่านักเรียนของออสเตรเลียเป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น   กล่าวคือนักเรียนจะต้องพิสูจน์ได้ว่าเราตั้งใจจะมาอยู่ที่ออสเตรเลียเพียงชั่วคราว และมีจุดประสงค์ที่จะมาเพื่อการศึกษาต่อจริงๆ ทางอิมมิเกรชั่นจึงจะพิจารณาออกวีซ่าให้ค่ะ  หลายๆคนฟังแล้วคงจะเริ่มสงสัยแล้วมันเป็นผลกับหนู/ผมยังไง และเขาเอาเกณฑ์อะไรมาพิจารณาว่าเรามีความตั้งใจที่จะมาเรียนต่อจริงๆล่ะ  ปัจจัยที่ทาง  อิมมิเกรชั่นจะนำมาพิจารณาในการออกวีซ่าให้มีทั้งหมด 4 ปัจจัยด้วยกัน ได้แก่


-        สภาพแวดล้อมของประเทศที่นักเรียนมา

-        นักเรียนจะมาทำอะไรที่นี่

-        นักเรียนเคยมีประวัติการณ์ย้ายถิ่นฐายมั้ย

-        แล้วคอร์สเรียนที่สมัครเรียนมามีผลอย่างไรต่ออนาคตของนักเรียน 


สี่ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยหลักที่อิมมิเกรชั่นจะนำมาพิจารณาในการออกวีซ่าให้กับนักเรียน  ซึ่งจะมีผลเริ่มใช้ในปลายปี 2011ค่ะ  และการที่อิมมิเกรชั่นนำหลักการนี้มาใช้ก็ย่อมเป็นผลดีกับนักเรียนทุกคนที่ต้องการมาเรียนยังประเทศออสเตรเลียเพราะว่า ในอดีตทางอิมมิเกรชั่นตัดสินโดยพิจารณาข้อมูลจากที่ผู้สมัครส่งไป หรือเรียกสัมภาษณ์ผู้สมัคร  ตอนนี้ภาคทฤษดีก็ออกมาแล้ว คราวนี้เราก็ต้องคอยติดตามต่อไปนะคะว่า ทางภาคปฏิบัติทาง อิมมิเกรชั่นจะออกแนวทางกันมาอย่างไร


The University Sector Streamlined Visa Processing (Recommendation 3) -


นักเรียนหรือนักศึกษาคนไหนที่ลงเรียนหลักสูตรปริญญาตรีขึ้นไป หรือลงเรียน packaged course เช่นภาษากับหลักสูตรปริญญาในมหาวิทยาลัย หรือหลักสูตรวิชาชีพบวกกับหลักสูตรปริญญาในมหาวิทยาลัย  ทางอิมมิเกรชั่นถือว่านักเรียนต่อไปนี้เป็น lower migration risk  (Assessment Level 1) ไม่ว่านักเรียนเหล่านี้จะมาจากประเทศใดๆก็ตาม  ข้อนี้อาจไม่มีผลกระทบมากกับผู้อ่านคนไทยทั้งหลายนะคะ  แต่ถ้าหาก Streamlined Visa Processing นั้นมีผลเริ่มใช้ จะทำให้การออกวีซ่าของนักเรียนนั้นไวมากขึ้น ในปัจจุบันบางคนรอเป็นเดือนๆวีซ่าก็ยังไม่เห็นออกสักที  แต่ถ้าหากข้อนี้มีผลบังคับใช้ก็คงทำให้การมาเรียนต่อที่นี่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นค่ะ ซึ่งจะมีผลเริ่มใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2012 ค่ะ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ต้องแล้วแต่สถานทูตฯแต่ละแห่งทั่วโลกจะปฏิบัติกันอย่างไรอีกด้วย  ตอนนี้เมืองไทยเคี่ยวสุดๆ หวังว่าเมื่อกฎใหม่มีการประกาศใช้ เจ้าหน้าที่จะยอมผ่อนๆกันลงมาบ้างนะคะ


The University Sector (Recommendation 4) – Post-Study Work Visa


คุณหมอวีซ่าคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในข้อนี้คงเป็นที่ถูกใจของใครหลายๆคนนะคะ  เพราะว่าทางอิมมิเกรชั่นจะออก Post-Study Work Visa หรือวีซ่าทำงานหลังเรียนจบซึ่งจะมีผลเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปี 2013 เป็นต้นไป นับแต่วันที่ GTE มีผลบังคับใช้  นักเรียนที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือโท (Bachelor  or Master degree by coursework) จะ มีโอกาสที่จะสามารถทำงานในออสเตรเลียได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นเวลา 2 ปีนับจากปีที่จบการศึกษา  ในขณะเดียวกันถ้าหากศึกษาในระดับ Master by Research หรือ PhD ก็มีโอกาสที่จะได้ทำงานในออสเตรเลียตั้งแต่ 3 ถึง 4 ปี โดยทางอิมมิเกรชั่นจะไม่ได้กำหนดว่าต้องเลือกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับที่เรียนมา เท่ากับว่านักเรียนสามารถเลือกที่จะทำงานอะไรก็ได้ 


นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่คุณหมอวีซ่าเลือกมาแนะนำให้กับผู้อ่านทุกท่าน  คุณหมอวีซ่าคิดว่า the Knight Paperจะก่อให้เกิดผลดีแก่นักเรียนทุกคนที่ตั้งใจมาศึกษาที่ออสเตรเลีย โดยต่อไปนี้การขอวีซ่าก็น่าจะง่ายขึ้นสำหรับเด็กที่มาเรียนระดับมหาวิทยาลัย แถมยังมีโอกาสได้ทำงานหลังเรียนจบอีก  ขณะเดียวกัน นักเรียนที่คิดจะมาเรียนระดับ diploma ราคาถูกๆ เพื่อใช้เป็นช่องทางมาทำงานดั่งสมัยก่อนก็คงทำไม่ได้แล้ว เพราะวีซ่าคงจะออกยากมากเป็นเงาตามตัวจากการประกาศใช้ระบบ GTE ด้วยเนื้อที่จำกัด  คุณหมอวีซ่าขอยกการเปลี่ยนแปลงที่เด่นๆที่เหลือไว้ในคราวหน้านะคะ  ถ้าผู้อ่านท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.immi.gov.au/students/knight/   ได้เลยค่ะ 


 

 

มั่นใจในคุณภาพอันเป็นเลิศของ CP International...

 

 

Contact US
 

 

Top
Please Sign-in or Sign-up